ผู้เขียน หัวข้อ: เจ้าอาวาสวัดจันทร์  (อ่าน 48 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ TP9

  • Global Moderator
  • Newbie
  • ****
  • กระทู้: 46
    • ดูรายละเอียด
เจ้าอาวาสวัดจันทร์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2019, 01:40:49 PM »

พระครูโอภาสนนทกิตติ์ (ศักดา โอภาโส ,ดร.)
เกิด   ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๒
อายุ   ๔๙ ปี
อุปสมบท   ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๒
พรรษา   ๓๐
วัด   วัดจันทร์
ท้องที่   นนทบุรี
สังกัด   มหานิกาย
วุฒิการศึกษา   น.ธ.เอก, ป.บส., พธ.ม

ความเป็นมาของวัดจันทร์
วัดจันทร์ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งสร้างในสมัยกรุงธนบุรี มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี สืบทอดกันต่อๆ มาจวบจนปัจจุบันนี้ การก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุต่างๆที่ชำรุดทรุดโทรมเป็นอันมาก ซึ่งเป็นปกติธรรมดาของธรรมชาติที่ต้องมีการบุบสลายแตกหักลง
วัดจันทร์ โดยการดูแลของเจ้าอาวาสแต่ละรูปแต่ละสมัยที่ปกครองดูแล และก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะในเขตสังฆาวาส และอุโบสถในเขตพุทธาวาสกันสืบต่อมาจนกระทั่งถึงผู้บันทึกข้อมูลนี้ ในสมัยที่ยังเป็นสามเณรอายุประมาณ ๑๙-๒๐ ปี เสนาสนะกุฏิสงฆ์ที่เป็นที่พักอาศัยทำวัตรสวดมนต์หรือที่ทำศาสนกิจสำหรับพระภิกษุสงฆ์ก็ได้รื้อย้ายเปลี่ยนแปลงเป็นจำนวนมาก เป็นต้นว่า กุฏิสงฆ์ ได้จัดทำในรูปแบบเสนาสนะกุฏิสงฆ์ เป็นเรือนไม้ชั้นเดียว โดยสร้างล้อมรอบหอสวดมนต์ และทางเดินก็เป็นไม้ คือ สร้างเหมือนเรือนทรงไทยเป็นหมู่ใหญ่ โดยมีหอสวดมนต์อยู่ตรงกลางและสร้างเสนาสนะกุฏิสงฆ์ล้อมรอบ สมัยก่อนมีกุฏิสงฆ์หลังหนึ่งเรียกว่า กุฏิ ๒๐๐ ปี เป็นลักษณะเรือนทรงไทย ประตูทางเข้ากุฏิสูงประมาณ ๕๐ เซนติเมตร ขณะเข้ากุฏิจะต้องยกขาข้ามจึงจะสามารถเข้าไปภายในกุฏิได้

ในสมัยนั้นพระภิกษุสามเณรที่อยู่จำพรรษามีเป็นจำนวนมากประมาณ ๔๐ ถึง ๕๐ รูป ในสมัยของพระครูนนททิวากร ได้ทำการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก คือ ได้ทำการรื้อถอนกุฏิสงฆ์ทางทิศใต้ออกแล้วสร้างกุฏิสงฆ์ขึ้นใหม่โดยสร้างเป็น ๒ ชั้น ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้ และกุฏิสงฆ์ทางทิศเหนือก็เช่นเดียวกันสร้างเป็น ๒ ชั้น ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้ (ไม้สักทั้งหลัง) ส่วนชั้นบนนั้นทางวัดได้รับบริจาคไม้มาจากท่านผู้ใหญ่อุดม ศรีทรัพย์ ซึ่งได้บริจาคบ้านทรงไทยทั้งหลังขนาดใหญ่ให้ ๑ หลัง ทางวัดจึงได้นำไม้นั้นมาสร้างเป็นกุฏิสงฆ์ขึ้นบนพื้นที่ทางทิศเหนือของวัดซึ่งโดดเด่นสวยงามมาก ส่วนทางด้านตะวันตกได้รื้อกุฏิสงฆ์ออกหมดและดำเนินการก่อสร้างเป็นหอฉัน ชั้นบนเป็นสถานที่เรียนหนังสือและด้านหลังสร้างเป็นห้องน้ำจำนวน ๑๒ ห้อง หอฉันนี้สร้างเป็นปูนทั้งหลัง ส่วนทางเดินเท้าก็ปูด้วยกระเบื้องทั้งหมด
สำหรับหอสวดมนต์หลังนี้ มีอายุประมาณ ๕๐ ถึง ๖๐ ปี โดยการนำของผู้ใหญ่อุดม ศรีทรัพย์ ซึ่งในสมัยนั้นได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุอยู่ และได้เป็นผู้ดูแลวัดทั้งหมด โดยทำการก่อสร้างทั้งหมดเป็นจำนวนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท และได้สร้างพระพุทธรูปขึ้นอีก ๑ องค์ เรียกว่า พุทธสิหิงค์ ๒๕ ศตวรรต โดยท่านเป็นผู้จัดหาชั่งมาหล่อขึ้นเอง หน้าตักพระกว้าง ๑๙ นิ้ว ซึ่งขณะนี้ก็ยังปรากฏอยู่ให้ชาวพุทธทั่วไปสักการบูชากราบไหว้เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจมาโดยตลอด
สมัยก่อน หอสวดมนต์ หลังนี้หันหน้าไปทางทิศเหนือ จวบจนสมัยของพระครูนนททิวากร (ทวี จิตต์ไทย) ท่านได้เปลี่ยนแปลงหอสวดมนต์ให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก จนปัจจุบันหอสวดมนต์ดังกล่าวก็ยังสมบูรณ์อยู่


ในสมัยของผู้บันทึก คือ พระครูสังฆรักษ์ ศักดา โอภาโส ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดจันทร์เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ก็ได้บูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุต่างๆในวัดเป็นจำนวนมากมาย เช่น ดำเนินการถมดินด้านหน้ากุฏิสงฆ์ (บริเวณลานด้านหน้าอุโบสถ) สูงถึง ๑ เมตร เป็นบริเวณกว้าง เพราะวัดจันทร์ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มเป็นสวนมาก่อน พอถึงหน้าน้ำ ๆ ก็ท่วมจะเป็นอยู่อย่างนี้ทุกๆปี ระดับน้ำสูงประมาณ ๑ เมตรบ้าง ระดับเอวบ้าง บางปีน้ำท่วมถึงหน้าอกเลยก็มี ทางวัดได้นำโต๊ะนักเรียนมาต่อกันเป็นทางเดินเท้า บางปีเทศบาลก็จะเอาไม้มาต่อกันเป็นทางเดินทั่วไป ระยะเวลาน้ำท่วมก็จะอยู่ประมาณ ๑ ถึง ๒ เดือนก็มี บางปีน้ำท่วมในช่วงเข้าพรรษา ทางวัดต้องจัดหาเรือรับส่งโยมจากหน้าวัดเข้ามาที่ศาลาการเปรียญก็มี ในยุคของผู้บันทึกจึงต้องถมดินให้สูงขึ้นเพื่อหนีน้ำ ส่วนบริเวณลานเป็นสถานที่ร่มรื่นนั้นก็เช่นเดียวกัน ได้ดำเนินการถมดินปรับพื้นที่ให้สูงขึ้นทั้งหมด โดยนับเที่ยวรถที่นำดินมาถมประมาณ ๒๐๐ ถึง ๓๐๐ เที่ยวคันรถ ๑๐ ล้อทีเดียว จนปัจจุบันนี้น้ำไม่ปรากฏว่าท่วมอีก หากปีไหนฝนตกชุกมากเกินความจำเป็น น้ำก็จะท่วมเต็มลานที่ถมประมาณ ๔ ถึง ๕ เซนติเมตรเท่านั้น แต่ก็ยังดีกว่าในสมัยก่อนเป็นอย่างมาก
รายนามเจ้าอาวาสอดีตจนถึงปัจจุบัน

รายนามเจ้าอาวาสวัดจันทร์เท่าที่พอค้นพบและสอบถามได้ มีปรากฏอยู่ ๑๐ รูป¬ ดังนี้ คือ
๑. พระอธิการ จีน (หลวงปู่จีน)
๒. พระอธิการแตง
๓. พระอธิการแบน สุจิตฺโต
๔. พระอธิการแดง
๕. พระอธิการธูป จิตฺตสงฺวโร
๖. พระครูแบน สุจิตฺโต
๗. พระครูเขมเขตวิชัย
๘. พระครูนนททิวากร (ทวี ทีปโก ) พ.ศ. ๒๕๒๖-๒๕๔๒
๙. พระครูปลัดกิตติวรวัฒน์ (รักษาการเจ้าอาวาส)
๑๐. พระครูโอภาสนนทกิตติ์ (ศักดา โอภาโส) พ.ศ. ๒๕๔๓ - ปัจจุบัน